การได้ลิ้มลองอาหารฝีมือ Chef Pinaki Ray เชฟระดับตำนานจากห้องอาหาร Yantra ประเทศสิงคโปร์ ที่มาเปิดป็อปอัพที่โรงแรม Siam Kempinski Bangkok นับเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยาก เพราะนอกจากจะมีระยะเวลาจำกัดเพียง 9 วันแล้ว ยังเป็นการนำเสนออาหารอินเดียในมุมมองใหม่ที่ผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องอาหาร บรรยากาศหรูหราแต่อบอุ่นต้อนรับเราอย่างอ่อนโยน แสงไฟสลัวพอดี โต๊ะอาหารจัดวางอย่างลงตัว พนักงานยิ้มแย้มต้อนรับพร้อมนำเสนอเมนูและเล่าเรื่องราวของแต่ละจานอย่างน่าสนใจ
เริ่มต้นมื้อค่ำด้วย Khoi Bora อาหารว่างสไตล์อินเดียที่ทำจากข้าวหลากหลายชนิดนำมาทำให้พองและกรอบ ปรุงรสด้วยขิงสดและยี่หร่า พอเข้าปากก็เซอร์ไพรส์ด้วยความกรอบนอกนุ่มใน กลิ่นขิงและเครื่องเทศละมุนชวนให้อยากทานต่อ

ตามด้วย Chat Banarasi ที่นำโยเกิร์ตมาทำให้เบาด้วยเทคนิคการเติมอากาศ (Aerated) เสิร์ฟในรูปแบบทันสมัยบนแผ่นบีทรูทกรอบ เมื่อทานคู่กันให้ความสดชื่น เปรี้ยวนิดๆ หวานนำ รสชาติกลมกล่อม

จานที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษคือ Nizam Kathi Kebab เคบับเนื้อแกะสูตรพิเศษ ที่เชฟพินาคีรังสรรค์ด้วยเทคนิคการหมักด้วยเครื่องเทศกว่า 20 ชนิด ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านให้หอมกรุ่น เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟมาพร้อมไข่นกกระทาดองด้วยบีทรูทจนได้สีชมพูสวยงาม และซอสชัทนีย์เขียวที่ทำจากใบผักชี มินต์ และเครื่องเทศอีกหลายชนิด รสชาติเปรี้ยวสดชื่นที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

ก้าวเข้าสู่จานหลักที่เริ่มด้วย Ema Datshi ซุปเผ็ดชีสสูตรดั้งเดิมจากภูฏานที่หาทานได้ยาก ใช้ชีสนำเข้าจากภูฏานโดยเฉพาะ ผสมผสานกับควินัวและกุ้งคาราบิเนรอสจากสเปน (Carabineros) ที่ย่างด้วยถ่านบินโชทัน ให้ความหอมพิเศษ รสชาติกลมกล่อม เผ็ดนำตามแบบฉบับอาหารแถบเทือกเขาหิมาลัย

ต่อด้วย Mahi Malai Tikka ปลากะพงขาวที่ผ่านการหมักด้วยโยเกิร์ต ครีม และเครื่องเทศนานกว่า 6 ชั่วโมง ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านจนสุกกำลังดี เนื้อปลานุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเครื่องเทศแบบอินเดียแท้

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ Lobster Chiney Kebab เมนูล็อบสเตอร์สุดพิเศษที่เสิร์ฟมาพร้อม Shoru Chakli หรือขนมปังข้าวหมัก นำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยด้วยการเพิ่มคาเวียร์หลากหลายรูปแบบ ทั้งคาเวียร์ดรอป ไข่คาเวียร์กรอบ และมิลค์โซลิด ที่ช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ

ก่อนจะเข้าสู่จานหลัก เชฟเสิร์ฟ Panch Phoron Gastrique เครื่องดื่มสุดพิเศษที่ปรุงจากเครื่องเทศ 5 ชนิดของอินเดียผสมกับน้ำมะนาว ช่วยเตรียมพาเลทให้พร้อมสำหรับรสชาติที่กำลังจะมาถึง

ไฮไลท์ของมื้อนี้อยู่ที่ Jhal Gosht แก้มวัววากิวที่ผ่านการตุ๋นด้วยซอสหัวหอมและเครื่องเทศนานกว่า 12 ชั่วโมงจนนุ่มละลายในปาก ซอสหัวหอมที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นกระเทียมและขิงอ่อน เสิร์ฟมาพร้อม Baby Paratha แป้งสาลีโฮลวีตที่รีดบางและอบจนกรอบ ทานคู่กันได้อย่างลงตัว ใครที่ไม่ทานเนื้อก็มีตัวเลือกเป็นเมนูไก่เช่นกัน


ปิดท้ายความอร่อยด้วย Bhapa Doi โยเกิร์ตนึ่งสไตล์เบงกอลที่ทำจากนมสดและโยเกิร์ตคุณภาพดี นึ่งจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เสิร์ฟพร้อมเบอร์รี่สดและน้ำเชื่อมตาลโตนดแท้จากอินเดีย

ตามด้วย Saffron Kulfi ไอศกรีมสไตล์อินเดียที่ทำจากนมสดเคี่ยวข้น ปรุงกลิ่นด้วยหญ้าฝรั่นแท้จากแคชเมียร์ เสิร์ฟคู่กับมูสแครอทหอมหวาน ช่วยดับความอิ่มได้พอดี

และเพื่อให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบ เชฟปิดท้ายด้วย Masala Chai ชาสไตล์อินเดียที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นกระวานและขิงสด ชงแบบลาเต้ด้วยนมร้อน ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นและเป็นการจบมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ


เพียง 9 วันเท่านั้น (20-28 กุมภาพันธ์ 2568) สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารอินเดียสุดพิเศษ โดยไม่ต้องบินไปชิมถึงสิงค์โปร์ ด้วยราคาเพียง 4,200++ บาทต่อท่าน สำหรับเมนู 7 คอร์ส ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์การรับประทาน แนะนำ Beverage Pairing ในราคา 3,500++ บาทต่อท่าน ที่คัดสรรเครื่องดื่มมาเพื่อเสริมรสชาติของแต่ละจานโดยเฉพาะ ช่วยให้การรับประทานอาหารสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
การจอง: โทร 02 162 9000 หรือ อีเมล [email protected]
เวลา: เปิดให้บริการตั้งแต่ 17:30 – 00:00 น.